Lycopene-Natural Lycopene vs Synthetic Lycopene

ไลโคปีนธรรมชาติและไลโคปีนสังเคราะห์แตกต่างกันอย่างไร?

ไลโคปีนธรรมชาติ vs ไลโคปีนสังเคราะห์ – แม้โมเลกุลจะคล้ายกัน แต่ความแตกต่างในกระบวนการผลิต เช่น ตัวทำละลายที่ใช้หรือโครงสร้างไอโซเมอร์ อาจส่งผลต่อการดูดซึม ทำให้ทั้งสองแตกต่างกัน

🍅 ไลโคปีนธรรมชาติมักได้มาจากการสกัดจากมะเขือเทศหรือพืชธรรมชาติอื่นๆ

💊 ไลโคปีนสังเคราะห์ผลิตโดยการสังเคราะห์ทางเคมีในห้องปฏิบัติการ

ไลโคปีนธรรมชาติคืออะไร และสกัดจากมะเขือเทศอย่างไร?

ไลโคปีน คือสารประกอบในกลุ่ม Carotenoid ซึ่งเป็นรงควัตถุสีแดง-ส้มที่พบมากในพืชและผัก โดยเฉพาะในมะเขือเทศที่สุกแล้ว สูตรโมเลกุลคือ C₄₀H₅₆ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่งานวิจัยหลายชิ้นเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากและโรคหัวใจ

แหล่งธรรมชาติหลักของไลโคปีน ได้แก่ มะเขือเทศ (แหล่งหลัก) แตงโม ฝรั่ง มะละกอ และส้มโอสีแดง

🍅 กระบวนการสกัดไลโคปีนจากมะเขือเทศ

อุตสาหกรรมสกัดไลโคปีนธรรมชาติผ่านหลายขั้นตอน

  1. การเลือกวัตถุดิบ: ใช้มะเขือเทศสุกเต็มที่ (100%) เนื่องจากมีปริมาณไลโคปีนสูงสุด ยิ่งสุกมากยิ่งมีไลโคปีนมาก
  2. การบดและแยกเยื่อ: บดมะเขือเทศและให้ความร้อนเพื่อทำลายผนังเซลล์และปล่อยไลโคปีน กระบวนการนี้ยังเพิ่มการดูดซึมทางชีวภาพด้วย เนื่องจากความร้อนแปลงรูป all-trans เป็นไอโซเมอร์ cis ที่ดูดซึมได้ดีกว่า
  3. การสกัดด้วยตัวทำละลาย: ใช้ตัวทำละลายอินทรีย์เช่น hexane, ethyl acetate หรือ Supercritical CO₂ (วิธีที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุด) เพื่อแยกไลโคปีนออกจากเยื่อ
  4. การทำให้บริสุทธิ์: ใช้ chromatography และ crystallization เพื่อแยกไลโคปีนออกจากสารประกอบอื่นๆ ได้ความบริสุทธิ์ 5–15% สำหรับ oleoresin หรือมากกว่า 90% สำหรับสารสกัดมาตรฐาน ข้อได้เปรียบสำคัญ: ผลิตภัณฑ์ไลโคปีนธรรมชาติมาพร้อมสารพฤกษเคมีอื่นๆ เช่น beta-carotene, phytoene และ phytofluene ที่ทำงานร่วมกันแบบ Synergy Effect
Lycopene-Synthetic Lycopene

ไลโคปีนสังเคราะห์ผลิตอย่างไร?

ไลโคปีนสังเคราะห์ผลิตในห้องปฏิบัติการโดยไม่ใช้มะเขือเทศเป็นวัตถุดิบ กระบวนการหลักที่ใช้ในอุตสาหกรรมมีดังนี้:

การสังเคราะห์ทางเคมีทั้งหมด

วิธีที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดคือ Wittig Reaction โดยเริ่มจากสารตั้งต้นทางเคมี เช่น β-ionone หรือ geranylacetone จากนั้นผ่านขั้นตอนการเชื่อมต่อสายคาร์บอนหลายขั้นตอนเพื่อได้โมเลกุลไลโคปีน

  1. สังเคราะห์ C10-fragment (geranylacetone) จากวัสดุตั้งต้น
  2. เชื่อม C10-fragments สองชิ้นผ่าน Wittig Reaction เพื่อสร้างโครงสร้าง C20
  3. เชื่อม C20 สองหน่วยเข้าด้วยกัน → ได้ไลโคปีน C40
  4. ทำให้บริสุทธิ์และทำให้เสถียรด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพ

ผลลัพธ์คือไลโคปีนที่มีความบริสุทธิ์สูง (>95%) ซึ่งประกอบด้วยไอโซเมอร์ all-trans เกือบทั้งหมด

การหมักด้วยจุลินทรีย์ (Biosynthetic)

วิธีที่ได้รับความสนใจมากขึ้นคือการใช้แบคทีเรียหรือยีสต์ที่ดัดแปลงพันธุกรรม เช่น Blakeslea trispora หรือ Saccharomyces cerevisiae ที่มีการแทรกยีน CrtB และ CrtI เพื่อผลิตไลโคปีน วิธีนี้สะอาด ไม่ต้องใช้ตัวทำละลายที่เป็นอันตราย และอาจให้ผลิตภัณฑ์ที่ตลาดมองว่า “เป็นธรรมชาติมากกว่า”

Lycopene-Lycopene Isomer Configuration

ความแตกต่างหลัก: โครงสร้างโมเลกุลและการดูดซึม (Bioavailability)

โครงสร้างโมเลกุล (การจัดเรียงไอโซเมอร์)

นี่คือหัวใจของสิ่งที่ทำให้ทั้งสองแตกต่างกัน ไลโคปีนมีสองรูปแบบหลัก:

1. All-trans Lycopene
รูปแบบที่เสถียรที่สุด มีโครงสร้างโมเลกุลยาวและตรง พบมากในไลโคปีนสังเคราะห์ที่ผลิตจากกระบวนการทางเคมี รวมถึงในมะเขือเทศดิบ

2. Cis-Lycopene (5-cis, 9-cis, 13-cis)
รูปแบบโมเลกุลที่โค้งงอ ดูดซึมได้ง่ายกว่า พบมากในมะเขือเทศที่ผ่านความร้อน (เช่น ซอส พิวเร่ และมะเขือเทศกระป๋อง) และในซีรั่มของมนุษย์ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าร่างกายสะสม cis isomers มากกว่า all-trans ถึง 50% ในเลือดมนุษย์

อะไรดีกว่าสำหรับสุขภาพที่ยั่งยืน?

ไลโคปีนธรรมชาติเหนือกว่าในแง่ของประโยชน์ต่อสุขภาพ

  1. การดูดซึมทางชีวภาพที่ดีกว่า: สัดส่วน cis isomers ที่สูงกว่าทำให้ร่างกายดูดซึมและใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมาจากมะเขือเทศที่ผ่านการปรุงหรือแปรรูป
  2. Synergy Effect: ไลโคปีนธรรมชาติมาพร้อม phytoene, phytofluene, beta-carotene และสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ที่ทำงานเสริมกัน งานวิจัยพบว่าส่วนผสมของ carotenoids ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าไลโคปีนเดี่ยวๆ

ความปลอดภัยระยะยาว: ไลโคปีนธรรมชาติมีประวัติการบริโภคของมนุษย์นับหมื่นปี ในขณะที่ไลโคปีนสังเคราะห์มีข้อมูลระยะยาวน้อยกว่าเปรียบเทียบกัน

อย่างไรก็ตาม ไลโคปีนสังเคราะห์มีจุดแข็งของตัวเอง ได้แก่ ความบริสุทธิ์สูง ความเสถียรในผลิตภัณฑ์สูตร และต้นทุนที่ต่ำกว่า ทำให้เหมาะสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหารหรือสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด

SPECIAL TECH CORPORATION CO., LTD.

Tel: 02-123-3623
Facebook : https://www.facebook.com/STC
Line : https://lin.ee/STC
Linkedin : https://www.linkedin.com/showcase/STC
Website : https://specialtechcorporation.com/
E-mail : admin@specialtechcorp.com